ทำความเข้าใจสื่อลามกอนาจารเด็ก ภัยร้ายที่ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง
สื่อลามกอนาจารเด็กคือเนื้อหาที่แสดงภาพหรือคลิปของเด็กในทางเพศ ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเด็กที่ถูกนำมาใช้
มันทำลายอนาคตและสุขภาพจิตของเหยื่ออย่างถาวร ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ที่จะกล่าวอ้างได้
ทำความรู้จักกับเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กคืออะไร
สื่อลามกอนาจารเด็กคือเนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมายซึ่งแสดงภาพหรือการกระทำทางเพศที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือการ์ตูนที่สร้างขึ้นจากเด็กจริง คำถามที่พบบ่อยคือ สื่อลามกอนาจารเด็กต่างจากภาพอนาจารทั่วไปอย่างไร คำตอบคือมันผิดกฎหมายโดยสมบูรณ์เพราะเป็นการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ผู้ที่เข้าถึงหรือครอบครองเนื้อหาดังกล่าวอาจมีความผิดทางอาญาและทำให้เด็กได้รับความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทำความรู้จักจึงเน้นการตระหนักว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงสื่อแต่เป็นอาชญากรรมต่อเด็ก
ความหมายและลักษณะเฉพาะของภาพหรือคลิปที่ละเมิดเด็ก
ภาพหรือคลิปที่ละเมิดเด็กหมายถึงสื่อที่แสดงหรือสื่อถึงการกระทำทางเพศกับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่คำนึงถึงการยินยอมหรือความจริงของการกระทำ ลักษณะเฉพาะที่สำคัญคือการมุ่งเน้นที่สรีระหรือกิจกรรมทางเพศของเด็ก การเน้นอวัยวะเพศหรือท่าทางที่สื่อไปในทางเพศ แม้ไม่มีการร่วมเพศจริงก็ถือว่าละเมิดหากเจตนาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ รวมถึงภาพตัดต่อ คลิปที่เด็กถูกบังคับ ชักจูง หรือแอบถ่ายในบริบททางเพศ และสื่อที่ใช้เด็กเป็นวัตถุทางเพศในรูปแบบใดก็ตาม
ภาพหรือคลิปที่ละเมิดเด็กคือสื่อทางเพศที่ใช้เด็กเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะแสดงการกระทำจริง ดัดแปลง หรือแอบถ่าย โดยมีเจตนาทางเพศและผิดกฎหมายเสมอ
รูปแบบไฟล์และช่องทางที่มักพบเนื้อหาประเภทนี้
เนื้อหาทางเพศที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับเด็กมักถูกเก็บในรูปแบบไฟล์ที่หลากหลาย เช่น ไฟล์ภาพนิ่งอย่าง JPEG และ PNG ไฟล์วิดีโออย่าง MP4, AVI และ MKV รวมถึงไฟล์บีบอัด ZIP และ RAR ที่ต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าถึง ช่องทางที่พบได้บ่อยคือแอปพลิเคชันส่งข้อความส่วนตัว โซเชียลมีเดียบางแพลตฟอร์ม ฟอรัมออนไลน์ ปิด และเครือข่ายแบบ peer-to-peer การใช้ รูปแบบไฟล์และช่องทางที่มักพบเนื้อหาประเภทนี้ จึงมักอาศัยการเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือซ่อนในโฟลเดอร์ทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ การรู้เท่าทันลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปกครองและผู้ใช้งานสังเกตความผิดปกติและรายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สัญญาณอันตรายและผลกระทบร้ายแรงจากการเสพสื่อผิดกฎหมายเหล่านี้
เมื่อเริ่มเสพสื่อลามกอนาจารเด็ก ซ่อนอยู่ในห้องคนเดียว หัวใจเต้นแรงกับภาพที่ผิดธรรมชาติ สัญญาณอันตรายคือความต้องการเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนภาพปกติไม่เร้าใจอีกต่อไป ผลกระทบร้ายแรงคือสมองถูกปรับให้เห็นเด็กเป็นวัตถุทางเพศ ความรู้สึกผิดและความกลัวถูกจับได้กัดกินจิตใจ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างพังทลาย กลายเป็นคนปิดกั้น หลายคนถามว่า “แค่ดูไม่ผิดใช่ไหม” คำตอบคือผิด เพราะทุกภาพคือการทารุณเด็กจริง ๆ การดูคือการสนับสนุนการค้ามนุษย์และทำลายชีวิตเด็กอย่างถาวร
ผลกระทบทางจิตใจและสังคมต่อผู้เสพ
ผู้เสพสื่อลามกอนาจารเด็กมักเผชิญ ผลกระทบทางจิตใจและสังคม ที่รุนแรง เช่น ความรู้สึกผิดและความละอายที่กัดกินจิตใจจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลเรื้อรัง การเสพซ้ำยังทำให้เกิดการเสื่อมลงของความเห็นอกเห็นใจต่อเด็ก และอาจกระตุ้นความสนใจทางเพศต่อเด็กที่ผิดปกติเพิ่มขึ้น เมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผย ผู้เสพอาจถูกตีตราทางสังคม สูญเสียความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อน รวมถึงความเชื่อมั่นในตนเอง จนกลายเป็นความโดดเดี่ยวและเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ
ผู้เสพสื่อลามกอนาจารเด็กเผชิญทั้งบาดแผลทางจิตใจ ความเสื่อมของความเห็นอกเห็นใจ และการตีตราทางสังคมที่นำไปสู่ความโดดเดี่ยวและความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ
โทษทางกฎหมายที่ผู้ครอบครองหรือเผยแพร่ต้องเผชิญ
การครอบครองหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กในประเทศไทยถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงที่มีโทษทางกฎหมายทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ครอบครองเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการเผยแพร่หรือส่งต่อไม่ว่าช่องทางใดมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทำเพื่อการค้าหรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศ โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลยังอาจเพิ่มโทษหากผู้กระทำเป็นผู้ดูแลเด็กหรือกระทำต่อเด็กในความปกครอง
วิธีสังเกตและหลีกเลี่ยงการเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
วิธีสังเกตและหลีกเลี่ยงการเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจที่เกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก เริ่มจากการระวังลิงก์หรือไฟล์ที่อ้างว่าเป็นคลิปทั่วไปแต่มีชื่อเรื่องชวนสงสัย เช่น คำว่า “เด็ก” “นักเรียน” “วัยรุ่น” ควรรีบปิดทันทีหากพบภาพบุคคลที่ดูอายุน้อยกว่า 18 ปีในลักษณะทางเพศ แม้จะไม่แน่ใจก็ตาม หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์จากโฆษณาแปลกปลอมหรือกลุ่มปิดที่ไม่น่าเชื่อถือ และอย่าบันทึกหรือแชร์ต่อเด็ดขาด
หากพบเนื้อหาที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเด็ก ควรออกจากหน้านั้นทันทีโดยไม่โต้ตอบ และรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พฤติกรรมการค้นหาออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ใหม่
ผู้ใช้ใหม่ควรเริ่มจากการกำหนดคำค้นที่เฉพาะเจาะจงและหลีกเลี่ยงคำกว้างที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ พฤติกรรมการค้นหาออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ใหม่ ต้องอาศัยการตรวจสอบโดเมนก่อนคลิก หลีกเลี่ยงลิงก์จากโฆษณาที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดไฟล์แนบจากแหล่งไม่รู้จัก หากพบเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก ให้ปิดทันทีและรายงานผ่านช่องทางที่เหมาะสม โดยไม่แชร์หรือบันทึกไว้
- กำหนดคำค้นให้เจาะจงและเพิ่มคำว่า “การศึกษา” หรือ “กฎหมาย”
- ตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์ว่าเป็นโดเมนที่น่าเชื่อถือ
- หลีกเลี่ยงการคลิกโฆษณาหรือป๊อปอัปที่ไม่รู้จัก
- ปิดและรายงานทันทีเมื่อพบเนื้อหาผิดกฎหมาย
เครื่องมือและฟิลเตอร์ป้องกันที่ควรเปิดใช้บนอุปกรณ์
เปิดใช้ เครื่องมือและฟิลเตอร์ป้องกันบนอุปกรณ์ ทันที เช่น Google SafeSearch, SafeSearch ของ Bing, โหมดจำกัดของ YouTube, ตัวกรอง DNS สำหรับครอบครัวอย่าง OpenDNS FamilyShield และแอปควบคุมโดยผู้ปกครองในระบบปฏิบัติการ—แม้จะดูยุ่งยากในตอนแรก แต่การตั้งค่าเพียงครั้งเดียวจะช่วยกรองเนื้อหาผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟิลเตอร์ทำงานในทุกเบราว์เซอร์และทุกโปรไฟล์ผู้ใช้ อย่าลืมปิดการค้นหาแบบไม่ปลอดภัยและล็อกการตั้งค่าด้วยรหัสผ่าน หากสงสัยว่าเนื้อหาที่พบเข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก ให้หยุดทันทีและรายงาน
ถาม: เครื่องมือและฟิลเตอร์ป้องกันใดที่ควรเปิดใช้บนอุปกรณ์เป็นอันดับแรก? ตอบ: เปิด SafeSearch, โหมดจำกัดของ YouTube และตัวกรอง DNS สำหรับครอบครัวพร้อมกัน เพราะช่วยลดโอกาสเข้าถึงเนื้อหาผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจได้มากที่สุด
แนวทางปฏิบัติเมื่อพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการเผยแพร่ภาพเด็กผิดกฎหมาย
เมื่อพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ห้ามดาวน์โหลด บันทึก หรือส่งต่อภาพนั้นเด็ดขาด เพราะการครอบครองหรือเผยแพร่ซ้ำถือเป็นความผิดทางอาญา ให้รีบเก็บหลักฐานเบื้องต้น เช่น URL ชื่อบัญชี หรือชื่อกลุ่ม โดยใช้การแคปหน้าจอเท่านั้น ห้ามแจ้งเตือนหรือโต้ตอบผู้เผยแพร่โดยตรง จากนั้นให้รายงานไปยังช่องทางที่เชื่อถือได้ทันที เช่น ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือสายด่วน 1300 ของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และแจ้งแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นผ่านระบบรายงานเนื้อหา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมายและปกป้องเหยื่ออย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
เมื่อพบหรือสงสัยว่ามีการเผยแพร่ภาพเด็กผิดกฎหมาย ต้องเริ่มจากบันทึกหลักฐานอย่างปลอดภัย เช่น URL เวลา และแพลตฟอร์ม โดยไม่ดาวน์โหลดหรือส่งต่อภาพนั้น จากนั้นแจ้งไปยังช่องทางรายงานของแพลตฟอร์มทันที และส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานไทยที่รับผิดชอบ เช่น ตำรวจหรือกระทรวงดิจิทัลฯ ผ่านช่องทางทางการที่กำหนด ผู้แจ้งควรเก็บสำเนาการแจ้งและไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ การทำตาม ขั้นตอนการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ช่วยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนและปกป้องเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
สรุป: บันทึกหลักฐานอย่างปลอดภัย แจ้งแพลตฟอร์มและหน่วยงานไทยผ่านช่องทางทางการ เก็บสำเนาการแจ้ง และไม่เผยแพร่ข้อมูลต่อ – นี่คือขั้นตอนการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องเมื่อพบภาพเด็กผิดกฎหมาย
การเก็บหลักฐานเบื้องต้นโดยไม่ทำให้ตัวเองมีความผิด
เมื่อพบสื่อลามกอนาจารเด็ก ควรเก็บหลักฐานเบื้องต้นโดยไม่ทำให้ตัวเองมีความผิด ด้วยการหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดหรือเซฟไฟล์ลงอุปกรณ์ของตนเอง เพราะการครอบครองไฟล์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ให้ใช้วิธีบันทึกหน้าจอหรือแคปเจอร์เฉพาะส่วนที่จำเป็นแทนการบันทึกไฟล์ต้นฉบับ แล้วจดบันทึกวันเวลาและลิงก์ที่พบโดยไม่แชร์ต่อ จากนั้นรีบส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที อย่าเก็บสำเนาไว้นานเกินจำเป็น และหลีกเลี่ยงการส่งต่อให้บุคคลอื่นแม้ในกลุ่มส่วนตัว
คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าใจปัญหานี้
ผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าใจปัญหานี้มักถามว่า สื่อลามกอนาจารเด็ก ผิดกฎหมายเสมอหรือไม่ คำตอบคือผิดทุกกรณี ไม่ว่าจะดู เก็บ หรือส่งต่อ และการครอบครองเพียงไฟล์เดียวก็มีความผิดแล้ว คำถามต่อมาคือ หากพบเห็นโดยบังเอิญควรทำอย่างไร คำตอบคืออย่าแชร์ อย่าบันทึก ให้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบทันที อีกข้อที่พบบ่อยคือ เด็กที่ถูกบันทึกยินยอมได้หรือไม่ คำตอบคือเด็กไม่สามารถให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การไม่ส่งต่อหรือกดแชร์ คือการหยุดวงจรการทารุณกรรมเด็กทันที
อย่านิ่งดูดายเพราะทุกการไม่แชร์คือการปกป้องเด็กหนึ่งคน
หากเข้าชมโดยไม่รู้ตัวจะมีความผิดหรือไม่
การเข้าชมสื่อลามกอนาจารเด็กโดยไม่รู้ตัว เช่น คลิกลิงก์ที่ถูกส่งมาโดยไม่แจ้ง หรือพบเนื้อหาผ่านการค้นหาที่ไม่ได้ตั้งใจ child porn กฎหมายไทยพิจารณาเจตนาเป็นองค์ประกอบสำคัญ หากไม่มีเจตนาเข้าชมและไม่ได้ครอบครองหรือเผยแพร่ต่อ การเข้าชมโดยไม่รู้ตัวอาจไม่ถือเป็นความผิด แต่เมื่อรู้ตัวแล้วยังคงดูหรือดาวน์โหลดต่อ อาจเข้าข่ายครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กซึ่งมีความผิด เพื่อลดความเสี่ยง ควรปฏิบัติตามลำดับดังนี้
- หยุดดูทันทีเมื่อพบว่าเป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก
- ปิดหน้าต่างหรือแอปพลิเคชันนั้น
- ไม่บันทึก แชร์ หรือส่งต่อเนื้อหา
- ลบประวัติการเข้าชมและไฟล์ที่อาจถูกดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติ
ทำไมการแชร์ต่อจึงยิ่งทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อซ้ำ
การแชร์ต่อสื่อลามกอนาจารเด็กทำให้ความเสียหายต่อเด็กทวีคูณขึ้น เพราะทุกครั้งที่ส่งต่อ ภาพหรือคลิปจะถูกคัดลอกและกระจายออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ ยากต่อการเรียกคืนหรือลบให้หมดสิ้น การแชร์ต่อจึงทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อซ้ำ เพราะเด็กต้องเผชิญความอับอายและการถูกนำเนื้อหาของตนกลับมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้จบ การกระทำนี้ยังเปิดทางให้ผู้ล่วงละเมิดรายใหม่เข้าถึงเนื้อหาและอาจนำไปข่มขู่หรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กเพิ่มเติม แม้ผู้แชร์จะไม่ได้มีเจตนาร้ายก็ตาม
- การส่งต่อทำให้เนื้อหาถูกคัดลอกและกระจายอย่างถาวร ลบได้ยาก
- เด็กต้องเผชิญความอับอายและถูกนำเนื้อหามาใช้ซ้ำไม่สิ้นสุด
- เปิดโอกาสให้ผู้ล่วงละเมิดรายใหม่เข้าถึงและข่มขู่เด็ก
- แม้ไม่มีเจตนาร้าย การแชร์ก็ยังสร้างความเสียหายซ้ำให้เด็ก
การปกป้องเด็กและชุมชนจากภัยของสื่ออนาจารผิดกฎหมาย
การปกป้องเด็กและชุมชนจากภัยของสื่อลามกอนาจารเด็กเริ่มจาการสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ปกครองและครูสังเกตพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กที่อาจถูกล่วงละเมิดหรือถ่ายภาพไว้ ชุมชนต้องร่วมกันสอดส่องและรายงานเบาะแสการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที การให้ความรู้เรื่องสิทธิในร่างกายและสอนให้เด็กกล้าปฏิเสธเมื่อถูกบังคับเป็นเกราะป้องกันสำคัญ ผู้ดูแลควรใช้เครื่องมือกรองเนื้อหาบนอุปกรณ์ของเด็ก และหลีกเลี่ยงการแชร์ภาพเด็กในลักษณะที่เสี่ยงถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การสร้าง พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ในโรงเรียนและชุมชนช่วยลดโอกาสที่เด็กจะตกเป็นเหยื่อของ สื่อลามกอนาจารเด็ก และเมื่อพบเห็นเนื้อหาดังกล่าว ต้องลบและรายงานโดยไม่ส่งต่อ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายที่ทำร้ายเด็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทบาทของผู้ปกครองในการเฝ้าระวังการเข้าถึงของบุตรหลาน
ผู้ปกครองต้องทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการคัดกรองเนื้อหาที่บุตรหลานเข้าถึง โดยกำหนดเวลาหน้าจอและติดตั้งโปรแกรมกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมอย่างจริงจัง หมั่นตรวจสอบประวัติการใช้งานและแอปพลิเคชันในอุปกรณ์ของบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ บทบาทของผู้ปกครองในการเฝ้าระวังการเข้าถึงของบุตรหลานยังรวมถึงการพูดคุยเปิดใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อให้เด็กกล้าปฏิเสธและแจ้งเมื่อพบเนื้อหาผิดกฎหมาย ผู้ปกครองควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ จะช่วยปกป้องบุตรหลานจากภัยที่แฝงมากับสื่อออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน
วิธีสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้ตัวเองและคนรอบข้าง
การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลเริ่มจากตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในทุกแพลตฟอร์มให้รัดกุม เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อคนแปลกหน้า ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็กอย่างเปิดใจเรื่องภัยของสื่ออนาจารผิดกฎหมาย สอนให้รู้จัก ปฏิเสธการรับส่งไฟล์หรือลิงก์ที่น่าสงสัย และกล้าบอกผู้ใหญ่ทันทีเมื่อพบเนื้อหาผิดกฎหมาย การติดตามพฤติกรรมออนไลน์อย่างเหมาะสม การใช้โปรแกรมกรองเนื้อหา และการสร้างเครือข่ายผู้ใหญ่ที่เด็กไว้วางใจได้ ช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้เข้าถึงสื่อดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว
ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลที่ยั่งยืนเกิดจากการตั้งค่าความปลอดภัย พูดคุยอย่างเปิดใจ และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังที่เด็กไว้วางใจได้ เพื่อให้ทุกคนรอบข้างรู้เท่าทันและปกป้องกันจากภัยของสื่ออนาจารผิดกฎหมาย